ดูซีรี่ย์ The Ghost Bride เจ้าสาวเซ่นศพ จากนิยายขายดีของ New York Times สู่ Original Series by Netflix เรื่องแรกของ Malaysia/Taiwan ที่มาของเรื่องราวการแต่งงานกันระหว่างคนเป็นกับคนตาย และการสืบสวนตามหาฆาตกรจากคดีฆาตกรรมปริศนาร่วมกับผี

เรื่องย่อ The Ghost Bride

ย้อนไปในปีค.ศ. 1890 ที่เมืองมะละกา สมัยที่ยังเป็นเมืองอาณานิคมของอังกฤษอยู่ “ลี่หลัน” ลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้านสกุล “ฟาน” ถูกทาบทามให้แต่งงานเข้าบ้านตระกูล “หลิน” แต่ไม่ใช่กับ “หลิน เทียนไป๋” เพื่อสนิทของ ลี่หลัน ตั้งแต่เด็กๆ แต่คำขอนั้นกลับเป็นการทาบทามให้กับ “หลิน เทียนชิง” ลูกชายคนโตของตระกูลที่เพิ่งเสียชีวิตไปได้ไม่นาน

แน่นอนว่าคำขอนี้ปกติคงไม่มีใครยอมรับให้คนในตระกูลตนเองไปแต่งงานกับผี แต่ด้วยเหตุการณ์หลายๆ อย่างไม่ว่าจะเป็นอาการป่วยของ “คุณฟาน” พ่อของลี่หลัน และการตายอย่างมีเงื่อนงำของ หลิน เทียนชิง ทำให้ ลี่หลัน ต้องกลายมาเป็นนักสืบจำเป็น แถมยังมีการมาของ “เอ้อ หลาง” ฑูตสวรรค์ที่ถูกส่งมาสืบความไม่ชอบมาพากลของการตายของ เทียนชิง ในครั้งนี้เช่นกัน ฆาตกรตัวจริงที่ฆ่า เทียนชิง จะเป็นใคร? ลี่หลัน ต้องแต่งงานกับผีหรือไม่ในที่สุด? สามารถร่วมลุ้นกันได้จากซีรี่ส์ Original

ออกตัวก่อนว่าผมยังไม่เคยได้มีโอกาสอ่าน “เจ้าสาวเซ่นศพ” ในฉบับนิยายนะครับ แต่สำหรับฉบับซีรี่ส์ Netflix นั้นทำออกมาได้ลื่นไหลดีทีเดียว แม้บรรยากาศในหนังจะมีค่อนข้างหลากหลาย แต่ต้องยอมรับว่าฝีมือของผู้กำกับชาวมาเลเซียทั้ง 2 นั้นไม่ธรรมดาเลย Ho Yuhang และ Quek Shio Chuan นั้นร้อยเรียงความแฟนตาซี, หนังผี, หนังตลก, ความเชื่อ และประเพณีโบราณของจีน ออกมาได้ค่อนข้างเนียน ขณะที่ดูอารมณ์จะไม่โดดมาก จะดูได้เรื่อยๆ จนรู้สึกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ได้มีอะไรน่าตกใจ อย่างผมเป็นคนไม่ค่อยชอบดูหนังผี เพราะไม่ชอบความเละๆ ของผี แต่เรื่องนี้ทำออกมาได้สวยผมไม่รู้สึกว่ามันจะน่ากลัวน่าอี๋อะไรแม้จะเห็นฉากเท้าหลุดเป็นชิ้นออกมาเพราะความเน่าเปื่อยก็ตาม

ฉากต่างๆ แม้จะเซ็ตออกมาไม่อลังการมาก แต่ก็ถือว่าดูดีเหมาะสมกับหนังอยู่ มุมกล้องคมชัด เก็บรายละเอียดได้ดี ภาพออกมาสวย แต่ดนตรีประกอบเฉยๆ ไปหน่อยไม่ค่อยเด่นเท่าไหร่นะผมว่า

ทีนี้มาถึงส่วนสำคัญ เรื่องบท และการดำเนินเรื่อง เนื่องจากเรื่องนี้มีองค์ประกอบต่างๆ เยอะไปหมด ไม่ว่าจะให้ดูเป็นหนังผีด้วย หนังนักสืบด้วย ตลกก็เอา รักสามเศร้าก็มา ฆาตกรรมก็ไม่ทิ้ง ไหนจะความเชื่อโบราณ ประเพณีการคลุมถุงชน ความสัมพันธ์วัยใส แบล็คเมล์หักหลัง และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ผู้กำกับก็ถือว่าจัดการโทนเหล่านี้ได้ดี ส่วนตัวผมมองว่าเขาชูประเด็นเป็นเรื่องๆ เปิดปิดประเด็นอย่างเป็นลำดับ ไม่ค่อยมีอะไรค้างคาในแต่ละช่วง เลยทำให้เวลาดูรู้สึกว่าสมูทมาก ถูกเรื่องชักนำไปเรื่อยๆ ถือว่าดี

ใน 6 ตอนของ ซีซั่นแรกนี้ จบได้ค่อนข้างเคลียร์ เรียกว่าจบในตอน มีแพลมๆ เล็กน้อยให้อยากดูซีซั่นต่อไปแค่เล็กๆ ไม่ทำให้คนดูค้างจนเกินไป แบบ Original Netflix เรื่องอื่นๆ เนื้อเรื่องหักมุมก็เฉลยกันในภาคนี้เลย อันนี้ชอบมากครับ อ่อ…เรื่องนี้บอกเลยว่าตั้งใจมาหลอกคนดูแบบจริงจังมาก คือชอบอ่อยให้เราคิดว่าเป็นแบบนึง แล้วก็เฉลยว่าจริงๆ แล้วเป็นอีกแบบ เยอะมากแต่ส่วนใหญ่มุกจะเก่านิดนึง

เจาะแนวคิดของหนัง

อันนี้ผมตั้งใจที่จะลองเพิ่มไว้เผื่อว่าจะทำให้หลายๆ ท่านดูซีรี่ส์เรื่องนี้ได้ง่ายขึ้น เพราะเรื่องนี้มีจุดที่เสี่ยงสปอยล์เยอะเหมือนกันเลยบรรยายอะไรได้ไม่มากอย่างที่ตั้งใจไว้ครับ

– จริงๆ โครงเรื่องนี้เหมือนเป็น หนังจีนกำลังภายในยุคโบราณที่ เซียน, เทพ, ผี, ปีศาจ มีอยู่จริง คิดซะว่ากำลังดู “โปเยโปโลเย” ภาคที่คนแต่งชุดทันสมัยขึ้นมาหน่อยก็ได้นะครับ ไม่ต้องไปคิดถึงหลักของโลกความจริงๆ ใดๆ ทั้งสิ้นนะครับ มองว่าเป็นหนังแฟนตาซีไปเลย
– ดูเหมือนจะมีแค่ ลี่หลัน นางเอกของเราคนเดียวที่มีท่าทีตกใจกับเรื่องๆ ผีๆ สางๆ ในช่วงแรกๆ ของหนัง ส่วนคนอื่นน่ะเรอะ? ไม่ตกใจอะไรเลย อย่างอาม่านี่มีถึงขนาดไปจ้างคนทรงให้สาปแช่งผีอีกต่างหาก ตรงนี้ไม่แน่ใจว่าแรกเริ่มเดิมทีคงอยากให้มีบรรยากาศลึกลับของการพบผีรึเปล่า คือมีใจหนึ่งอยากให้ผีเป็นเรื่องลึกลับน่ากลัวแหละ แต่ถ่ายไปถ่ายไปคนอื่นดูจะชินชากับการมีผีกันหมดนางเอกเลยต้องจำใจหายตกใจไปด้วย การขู่ผี หลอกผี นี่กลายเป็นเรื่องธรรมดาของนางเลยในตอนหลังๆ
– การแต่งกายของผู้หญิงในหนัง โดยเฉพาะของนางเอกมักจะเป็นชุดประจำชาติของมาเลเซีย แต่ของผู้ชายจะหนักไปทางจีนแทน