ทุกประเทศซึ่งมีพรมแดนติดกับกินีได้รับการเตือนภัยจากองค์การอนามัยโลก ให้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง การแพร่ระบาดครั้งใหม่ของเชื้อไวรัสอีโบลา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ว่าองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) ออกแถลงการณ์เรื่องการเตือนภัย 6 ประเทศในทวีปแอฟริกา ได้แก่ เซเนกัล กินี-บิสเซา มาลี ไอวอรีโคสต์ เซียร์ราลีโอน และไลบีเรีย  ให้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังด้านสาธารณสุข เนื่องจากมีความเสี่ยงพบการติดเชื้อไวรัสอีโบลาครั้งใหม่จากภายในประเทศ โดยทั้ง 6 ประเทศล้วนมีพรมแดนติดกับกินี
 
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของดับเบิลยูเอชโอ เกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่กระทรวงสาธารณสุขของกินีรายงานสถิติผู้เสียชีวิตสะสมจากเชื้อไวรัสอีโบลา เพิ่มเป็นอย่างน้อย 5 คน และจำนวนผู้ป่วยสะสมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 10 คน ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ช่วงระหว่างปลายเดือน ม.ค. ถึงต้นเดือน ก.พ. ส่งผลให้รัฐบาลกินีประกาศการแพร่ระบาดครั้งใหม่ในประเทศของเชื้อไวรัสอีโบลา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
 
นอกจากนี้ ทางการกินีเฝ้าระวังอาการป่วยของกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยยืนยัน ที่เมืองเอ็นเซเรกอเร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ 115 คน และอีก 10 คนที่กรุงโกนากรี อนึ่ง นับเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ที่กินีพบผู้ป่วยจากเชื้อไวรัสอีโบลา นับตั้งแต่วิกฤติการแพร่ระบาดในหลายประเทศแถบแอฟริกาตะวันตก ระหว่างปี 2556 ถึง 2559 โดยในกินีมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2,535 คน จากจำนวนผู้ป่วยสะสมเป็นทางการอย่างน้อย 3,806 คน
 
ในเวลาเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ( ดีอาร์คองโก ) เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสอีโบลาครั้งใหม่ให้แก่ประชาชน โดยเน้นบุคลากรการแพทย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขด่านหน้าก่อน หลังมีการยืนยันผู้เสียชีวิตแล้ว 4 คน นับตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. ที่ผ่านมา ทิ้งช่วงห่างประมาณ 3 เดือน หลังดับเบิลยูเอชโอประกาศให้การแพร่ระบาดระลอกที่ 11 ในดีอาร์คองโก สิ้นสุดเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งกินเวลานานเกือบ 6 เดือน มีผู้เสียชีวิต 55 ราย จากจำนวนผู้ป่วยสะสม 130 คน

Posted in new