บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกเตรียมเผชิญกับการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดทุกปี โดยหน่วยงานของสหภาพยุโรป ว่าสามารถจัดการด้านความโปร่งใสได้ดีตามมาตรฐานที่กำหนดไว้หรือไม่ มิเช่นนั้นอาจต้องชำระค่าปรับมหาศาล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ว่านางมาร์เกรเธอ เวสทาเกอร์ รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรปด้านกิจการดิจิทัล แถลงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เผยร่างปฏิรูปกฎหมายจัดระเบียบและควบคุมการดำนเนินงานของบริษัทเทคโนโลยีในชื่อ “กฎหมายบริการดิจิทัลและตลาดดิจิทัล” เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งาน ว่าจะได้รับบริการที่ไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และป้องกันผู้ประกอบการใช้นโยบายที่ไม่เป็นธรรมกับผู้รับบริการ
 
ทั้งนี้ เนื้อหาสำคัญของร่างกฎหมายที่ถือเป็น “การยกเครื่องครั้งใหญ่” ในรอบ 2 ทศวรรษ รวมถึง การที่บริษัทแห่งนั้นต้องชำระค่าธรรมเนียมที่อาจสูงถึง 10% ของรายได้หมุนเวียนในปีนั้น หากปฏิเสธปฏิบัติตามข้อบังคับทั้งหมดในกฎหมายไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม การระบุตัวตนของผู้ขายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ “อย่างชัดเจน” เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบตัวตนและเส้นทางการเงินของกิจการนั้นได้

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการ “ต้องมีความโปร่งใส” ในการใช้ระบบอัลกอริทึม ความรวดเร็วในการจัดการกับเนื้อหาปลุกระดมให้เกิดความเกลียดชัง แต่ในเวลาเดียวกันยังต้องรักษามาตรฐานของเสรีภาพในการแสดงความเห็น และการเปิดโอกาสพร้อมทั้งรับฟังข้อติชมของผู้ใช้บริการ “ด้วยความเป็นกลางและจริงใจ” หากพบว่าไม่สามารถปฏิบัติตามได้ด้วยเหตุผลใดก็ตาม บริษัทแห่งนั้นอาจต้องชำระค่าปรับ ที่อาจสูงถึง 6% ของรายได้หมุนเวียนในปีนั้น
 
ต่อมากูเกิลออกแถลงการณ์ว่า กำลัง “ศึกษา” ร่างกฎหมายดังกล่าว “ด้วยความระมัดระวัง” แต่ระบุว่า เมื่อวิเคราะห์ “เนื้อหาระหว่างบรรทัด” เชื่อว่าสหภาพยุโรป ( อียู ) แก้ไขกฎหมายนี้โดยมีเป้าหมาย “เพียงไม่กี่บริษัท”

Posted in new